ปลาทับทิม ริมน้ำป่าสัก

ปลาทับทิม ริมน้ำป่าสัก สระบุรี คุณภาพดี การันตี เกรดเอ

อภิวัฒน์ คำสิงห์

เทคโนฯประมง

 

Untitled picture

 

ในรอบ 10 ปีที่ผ่าน กระแสการรักสุขภาพเป็นเรื่องที่คนไทยให้ความสนใจและหันมาตื่นตัวดำเนินชีวิตใหม่ ปรับวิธีการรับประทานอาหาร ทานผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่ายอย่างเช่น ปลาทับทิม เพราะด้วยขนาดตัวปลาที่ใหญ่ รสชาติดี เนื้อแน่นมีคุณภาพ สีสันตัวปลาน่ารับประทาน ไม่มีกลิ่นคาว ที่สำคัญราคาไม่แพง เกินกว่ากำลังของผู้บริโภคจะสามารถชื้อได้

จากความนิยมบริโภคเนื้อปลาทับทิมที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลทำให้เกษตรกรที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำและบริเวณแหล่งน้ำขนาดใหญ่ หันมาเพาะเลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง ในบ่อดิน เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้กันเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่

ดั่งเช่น คุณนันทภพ เมฆดำ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง ริ่มแม่น้ำป่าสัก

ซึ่งเดิมเคยประกอบอาชีพเป็นช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ มีรายได้วันละ 140บาท แต่ด้วยความเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น ขยัน อดทน ต้องการให้ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ จึงหันมาจับอาชีพพ่อค้ารับชื้อปลาทับทิมตามกระชังเพื่อนำไปส่งขายต่อให้กับลูกค้าในตัวจังหวัดและระแวกใกล้เคียง ทำให้มีรายได้มากว่าอาชีพเดิมที่ทำอยู่เป็นสิบเท่า

คุณนันทภพ เล่าให้ฟังว่า อาชีพออกรับชื้อปลาทับทิมส่งขายต่อให้กับพ่อค้าแม่ค้า จะต้องตระเวนออกจับกันแทบทุกวัน เนื่องจากจะมีออร์เดอร์ลูกค้าขาประจำที่ต้องส่ง จนทำให้บางครั้งปริมาณปลาทับทิมจากแหล่งผลิตมีไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าที่สั่งไว้ ทำให้เกิดปัญหาปลาขาด ทำให้ต้องหาทางออก โดยหันมาเพาะเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังริมแม่น้ำป่าสักเอง เพือแก้ไขปัญหาปลาขาดตลาด

“เนื่องจากตลาดปลาทับทิมเป็นตลาดที่กว้าง คนให้นิยม จนทำให้บางวันผมไม่มีปลาส่งให้กับลูกค้าได้ตามจำนวนและปริมาณ  โดนต่อว่า โดนบ่นอยู่เป็นประจำ ถ้าเป็นอยู่แบบนี้ลูกค้าที่ติดต่อชื้อขายอยู่ต้องหันไปรับชื้อจากที่อื่นแทน ผมจึงตัดสินใจหันมาเพาะเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังควบคู่กับการออกไปรับชื้อจากแหล่งผลิตอื่น บริเวณบ้านเลขที่ 19/8 หมู่ที่1 ตำบลเส้าไห้ อำเภอเส้าไห้ จังหวัดสระบุรี ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำป่าสัก

เพาะเลี้ยง พัฒนาการผลิต

ว่างแผนผลิต เลี้ยงตลอดปี

ก่อนเริ่มการเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง คุณนันทภพ ใช้เวลาศึกษา แหล่งน้ำ วิธีการเลี้ยง การดูแล และพัฒนาระบบ ตลอดจนเทคนิคการผลิตใหม่ 2-3 ปี  ลองผิดลองถูก จนประสบความสำเร็จ สามารถเพิ่มกำลังการผลิตจาก 7 กระชัง เป็น 45 กระชัง ได้ในระยะเวลา 7  ปี ณ ปัจจุบัน

“แม่น้ำป่าสักมีความเหมาะสมทั้งสถานที่และสภาพน้ำ สามารถใช้เป็นสถานที่เพาะเลี้ยงปลาทับทิมได้ 2-3 รุ่น/ปี (1 รุ่นใช้เวลาเลี้ยง 4 เดือน) โดยเฉลี่ย  เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำที่ถ่ายเท และไม่อยู่ติดกับอุตสาหกรรม ทำให้ผมไม่ต้องกังวลกับปัญหาน้ำเน่าเสียที่จะเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ในบางฤดู น้ำในแม่น้ำจะมีออกซิเจนน้อย จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยเติมอากาศเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำในบางฤดู

รูปแบบกระชังที่ใช้เพาะเลี้ยง จะใช้เหล็กทำเป็นโครงสร้าง ต่อกันเป็นแพ มีสองแถว ใช้เหล็กเชื่อมติดกันทำเป็นทางเดินเข้าถึงทุกกระชัง  ด้านล่างใช้ถังพลาสติกขนาด 200 ลิตรทำเป็นทุนลอยน้ำ ส่วนเนื้ออวนที่ใช้จะเป็นอวนสีดำขนาดช่องตาอวน  3 เซนติเมตร  เย็บต่อกันเป็นรูปสี่เหลี่ยม ขนาดความกว้าง 5 เมตร ยาว 5 เมตร ลึก 2.5 เมตร (กระชังแถวใน) และขนาดความกว้าง 3 เมตร ยาว 6 เมตร ลึก 2.5 เมตร (กระชังแถวนอก) ส่วนกระชังอนุบาลลูกปลา (ปลาเล็ก) จะใช้อวนสีฟ้าขนาดตาอวนเล็กๆเย็บทับอีกชั้น โดยมีขนาดความกว้าง 3 เมตร ยาว 3 เมตร ลึก 2.5 เมตร มีอายุใช้งานได้นานถึง 2-3  ปี  ”คุณนันทภพกล่าว

จากความต้องการปลาทับทิมของลูกค้าที่มีมาทุกวัน คุณนันทภพจึงว่างแผนการเพาะเลี้ยงในแต่ละรุ่นให้มีอายุห่างกัน 1 เดือน (รุ่นละ 10 กระชัง) ซึ่งเป็นแนวทางการเพาะเลี้ยงที่สามารถจับปลาส่งขายได้ทุกวันตลอดทุกเดือน ซึ่งขนาดปลาที่จับขายจะมีน้ำหนักประมาณ 8 ขีด ไปจนถึง 1.2  กิโลกรัม/ตัว

พันธุปลามาตราฐาน

อาหารคุณภาพ ได้ปลาคุณภาพ

การเลือกพันธุ์ปลามาเพาะเลี้ยง เป็นสิ่งที่ คุณนันทภพให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าแหล่งน้ำที่ใช้เลี้ยง โดยจะคัดเลือกลูกพันธุ์ปลาที่มีสุขภาพแข็งแรงจากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน ต้านทานโรคได้ดี มีขนาดตัวที่สม่ำเสมอ ซึ่งมีอายุประมาณ 2 เดือน(น้ำหนัก 30-50 กรัม/ตัว) เพื่อนำมาเลี้ยงต่ออีก 4 เดือนก่อนจะจับขายให้กับลูกค้า

“พันธุ์ปลาผมจะชื้อจากบ่อเพาะลูกปลาในจังหวัดนำมาอนุบาลจนแข็งแรงซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 เดือนจากนั้นจะถ่ายลงไปเลี้ยงต่อในอวนเพาะเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ อีกประมาณ 4-5  เดือน ในอัตราการปล่อยลูกปลาประมาณ 2,000 ตัว/กระชัง (ช่วงน้ำดี) 1,500 ตัว/กระชัง(ช่วงน้ำน้อย) มีอัตราการรอดสูงถึง 70-80 เปอร์เซ็นต์

การเพาะเลี้ยงช่วงอนุบาลจะให้ยาปฏิชีวนะ(ยาแก้อักเสบ)ผสมกับอาหารปลาขนาดเล็กติดต่อกันประมาณ 3-7 วันเพื่อรักษาอาการแผลที่เกิดขึ้นจากการขนย้าย หลังจากปลาสมบูรณ์แข็งแรง จะทำการถ่ายลงไปเลี้ยงในอวนเพาะเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ พร้อมกับให้อาหารปลาสำเร็จรูปทั่วไป (เบอร์ 1,2)วันละ 4 ครั้ง ไปจนกว่าจะจับปลาขาย”

ในแต่ละวัน ก่อนจะให้อาหารปลา คุณนันทภพจะเดินสำรวจดูปลาทุกกระชัง หากพบปลาเป็นโรค หรือติดเชื้อ จะทำการคัดแยกออกมาเลี้ยงและทำการรักษา อีกกระชัง ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะพบอาการโรคตัวแดง หางเปื่อย เห็บ

จากระบบการผลิตที่กล่าวไว้ข้างต้น คุณนันทภพสามารถเพาะเลี้ยงปลาส่งขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าในจังหวัดสระบุรีได้น้ำหนักมากถึง 1 ตัน/กระชัง จำหน่ายราคาสูงถึง 80 บาท/กิโลกรัม สามารถสร้างรายได้มาเลี้ยงครอบครัว ถึงเดือนละหลายหมื่นบาท

สำหรับท่านที่สนใจเพาะเลี้ยงปลากระชังอย่างคุณนันทภพฝากบอกว่า อันดับแรกที่ควรจะต้องศึกษาคือแหล่งน้ำและสถานที่ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยง อีกทั้งยังต้องศึกษาหาตลาดที่แน่นอน

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณนันทภพ เฆมดำ โทรศัพท์ 089-6144078

http://www.technologychaoban.com/news_detail.php?tnid=138&section=9

ใส่ความเห็น