การเลี้ยงหมูป่าในครัวเรือนแบบประหยัดต้นทุน

การเลี้ยงหมูป่าในครัวเรือนแบบประหยัดต้นทุน

ปัจจุบันหมูป่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจอีก ชนิดหนึ่งที่มีการเพาะเลี้ยงเพื่อรับประทานเนื้อเป็นอาหาร หรืออาจจะเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงตามบ้าน โดยมีการทำฟาร์มหมูป่าเพื่อจำหน่าย เนื่องจากมีความต้องการของตลาด และคุณชุมพล พ่วงแม่กลอง เกษตรกรบ้านห้วยผาก อ.เมือง ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีการเลี้ยงหมูป่าเพื่อจำหน่าย ซึ่งมีวิธีการเลี้ยงแบบต้นทุนต่ำ มาฝากดังนี้

818_1
ลักษณะของหมูป่า

-มีขนหยาบแข็งสีน้ำตาลเข็มหรือดำ

-รูปร่างไม่อ้วนเทอะทะเหมือนหมูบ้าน มีรูปร่างผอมและสูงมาก ในตัวที่โตๆ อาจสูงถึงเอวคนหรือสูงกว่านี้ก็มี

-หัวยาวและแหลม ขาเล็กและเรียวยาว กีบเท้าเล็กแต่แข็งแรงมาก หูเล็ก ตาโตสีดำ คอยาวและสั้น ตาลีบบาง ท้ายหักมาก มีขนแปรงสีดำเข็มและสีดอกเลายาวประมาณ 6 นิ้ว ขึ้นตั้งแต่ท้ายทอยตลอดไปตามแนวสันหลังจนถึงสะโพก ขนส่วนนี้จะตั้งขึ้นได้ โดยเฉพาะในเวลาที่หมูตกใจกลัว หรือเตรียมพร้อมที่จะสู้

-ส่วนหางไม่มีขน มีความยาวจนถึงข้อขาหลัง หนังหมูป่าจะหนามากโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังที่บริเวณไหล่ อาจจะหนาประมาณ 5 ซม. หรือมากกว่าก็มี

-จมูกอ่อนแต่แข็งแรงมาก เนื่องจากหมูป่าจะใช้ปลายจมูกขุดคุ้ยดิน หรือจอมปลวกเพื่อหาอาหา

-หมูป่าจะมีเขี้ยว 4 เขี้ยว ยาวและแหลมมาก ตัวผู้ เขี้ยวนี้จะใช้เป็นอาวุธประจำตัวที่สำคัญมากในการป้องกันตัว เขี้ยวทั้ง 4 จะโค้งงอขึ้นด้านบน ความยาวของเขี้ยววัดจากโคนถึงปลายยาวประมาณ 4 – 5 นิ้ว ตัวเมียจะมีเต้านมแถวละ 5 เต้า ลูกหมูป่าเมื่อยังเล็ก สีขนที่ลำตัวลูกหมูป่าจะมีลายเป็นแถบเล็กๆ สีเหลืองสลับขาวพาดตามความยาวของลำตัวคล้ายกับลายแตงไทย อันจะเป็นการช่วยพรางตัวจากศัตรูได้อย่างดีเยี่ยม เมื่ออายุได้ 5 – 6 เดือน ลายดังกล่าวจึงค่อยๆ เลือนหายไป จนมีสีผิวและขนเหมือนกับพ่อแม่ของมัน

การสร้างเล้า

สร้างโรงเรือนแบบง่ายๆ โดยสร้างโรงเรือนบนพื้นดินธรรมดาไม่ได้เทคอนกรีตแต่อย่างใด

กว้างประมาณ 5×4 เมตรจากนั้นทำหลังคาไว้ให้หมูหลบแดดหลบฝนได้ จากนั้นก็ทำการกั้นรั้วรอบๆโรงเรือนขนาด 20×20 เมตร

พันธุ์หมูป่า

ทำการซื้อพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์หมูป่าจากเพื่อนบ้าน โดยเป็นหมูป่าแท้ๆ ที่จับมาจากป่าเพื่อมาเลี้ยงต่อไป

การผสมพันธุ์

หมูป่าที่เลี้ยงจะให้ผสมกันตามธรรมชาติ กล่าวคือ เมื่อหมูป่าเพศเมียติดสัด หมูป่าพ่อพันธุ์ก็จะทำการผสมพันธุ์กันเองเลย แม่พันธุ์ที่ถูกผสมพันธุ์และผสมติดแล้ว จะตั้งท้องนานประมาณ 114-117 วัน (หรือประมาณ 3 เดือน 3 อาทิตย์ 3 วัน) เมื่อได้คำนวณวันที่จะคลอดได้แล้ว ก่อนที่จะคลอดให้เตรียมคอกคลอดเอาไว้ โดยการโรยดินบางๆ บนพื้นคอกตลอดเพื่อให้ลูกหมูรู้จักเหมือนกับว่าได้เกิดตามธรรมชาติ และจะล้างดินออกหลังจากคลอดแล้วประมาณ 1-2 อาทิตย์

การเลี้ยงหมูป่าเล็ก

ลูกหมูหลังคลอดเกิดมาแล้วจะปล่อยให้กินนมแม่ไปเรื่อยๆ จากลูกหมูมีอายุ 45-50 วัน ก็จะหย่านม การหย่านม นั้นสามารถทำโดยปล่อยลูกหมูให้อยู่ในคอกตามปกติ แต่จะไล่ต้อนแม่หมูออกจากคอกไปเลี้ยงยังคอกที่ว่าง แต่ในช่วงก่อนที่จะอย่านมนั้นลูกหมู นอกจากจะได้รับนมจากแม่ของมันแล้วลูกหมูก็จะได้กินอาหารหมูอ่อนตามไปด้วย ทั้งนี้และทั้งนั้นลูกหมูจะเริ่มหัดเลียรางตามแม่ของมันเมื่อมีอายุได้ ประมาณ 15 วัน

การเลี้ยงหมูป่ารุ่น

จะนำหมูป่ารุ่นไปเลี้ยงในเล้าที่ทำไว้และให้กินอาหารตามปกติจนหมูป่ามีขนาดประมาณ 50 กิโลกรัมจึงจำหน่ายให้กับพ่อค้า

การให้อาหาร มีเทคนิคการให้อาหารหมูป่าแบบลดต้นทุนคือ

1.ปลูกมันสำปะหลังแล้วนำมาผสมกับอาหารหมูขุนในอัตรา มันสำปะหลัง 4 ส่วน ต่ออาหาร 1 ส่วน และถ้าหากว่ามีเศษอาหารเหลือๆ ก็สามารถนำมาให้หมูกินได้ การเลี้ยงหมูป่าต้องเลี้ยงแบบให้มีมันที่ชั้นใต้ผิวหนังน้อยที่สุดจะทำให้ ได้ราคาดี

2.นำเศษผักที่ได้จากการปลูกผักมาให้หมูป่ากินเป็นอาหาร

3.น้ำต้องใส่อ่างไว้ให้เพียงพออย่าให้ขาด

การดูแลรักษา

1.การจัดการและการป้องกันโรค การเลี้ยงหมูป่ามีความคล้ายคลึงกับการเลี้ยงหมูบ้านมาก จะมีข้อปฏิบัติที่แตกต่างกันบ้างก็ตรงที่ว่า แสงแดด หมูป่าต้องการแสงแดดมากกว่าหมูบ้าน จึงควรเปิดโอกาสให้มีแสงแดดส่องถึงคอกหมู ความสงบ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหมูป่าตกใจง่าย

2.ควรจะมีการฉีดน้ำล้างคอกทุกวัน หากโรงเรือนหรือคอกเลี้ยงทำให้สะอาดดีแล้วจะไม่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับโรค เพราะปกติหมูป่า มีความต้านทานโรคสูงอยู่แล้ว

3.ถ่ายพยาธิทุก 6 เดือน พร้อมทั้งต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่สำคัญในหมู เช่น โรคอหิวาต์ โดยติดต่อกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ ซึ่งจะเข้ามาช่วยดูแลและให้คำแนะนำในเรื่องของการ ฉีดวัคซีนป้องกันโรค

การจำหน่าย

-จำหน่ายลูกหมูป่าในราคาตัวละ 500 บาท

-จำหน่ายหมูป่าใหญ่ขนาด 50 กิโลกรัมในราคา กก.ละ 50 บาท

ข้อดีของการเลี้ยงหมูป่า

-ต้นทุนต่ำสามารถเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมได้

-ขั้นตอนการเลี้ยงและการดูแลไม่ยุ่งยาก ทนต่อโรค

-ตลาดมีความต้องการสูง

-มูลของหมูสามารถนำมาทำปุ๋ยหมักใส่พืชได้ดี

ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร

สถานีวิทยุชุมชนร่วมด้วยกัน จ.ชุมพร

Pasted from <http://www.rakbankerd.com/agriculture/page.php?id=818&s=tblanimal>

ใส่ความเห็น