กระหล่ำปลี

หัวใจหลักการทำสวนผัก โดยเฉพาะผักตระกูลกะหล่ำสิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญก็คือการเตรียมดิน ในการเตรียมดินนั้น ต้องมีการไถตากดินไว้ก่อนประมาณ 1สัปดาห์และใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ให้มาก เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของดินเพื่อปรับสภาพดินก่อนการปลูก
แปลงกะหล่ำปลี-ภูทับเบิก55
การเตรียมดินปลูกกะหล่ำปลี : เตรียม ดินโดยการขุดไถให้ลึกประมาณ 15-20เซนติเมตร กว้าง 1เมตร กว้าง 1เมตร ยาวตามความต้องการ ตากดินไว้ประมาณ 5-7วัน แล้วคลุกด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ย่อยดินให้ละเอียดพอสมควร รดน้ำให้ชื้น แล้วทำการหว่านเมล็ดลงไป ควรพยายามหว่านเมล็ดให้กระจายบาง ๆ ถ้าต้องการปลูกเป็นแถวก็ควรจะทำร่องไว้ก่อนแล้วหว่านเมล็ดตามร่องที่เตรียม ไว้ คลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้งบาง ๆ เมื่อกล้าออกใบจริงประมาณ 1-2ใบ ก็ทำการถอนแยกต้นที่แน่นหรืออ่อนแอทิ้ง

การเตรียมแปลงปลูก : กะหล่ำปลีเป็นพืชระบบรากตื้น ควรเตรียมดินลึกประมาณ 18-20 เซนติเมตร ตากดิน 5-7 วัน ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักให้มาก เพื่อปรับสภาพของดิน และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยเฉพาะในดินทรายและดินเหนียว จากนั้นย่อยผิวหน้าดินให้มีขนาดก้อนเล็กแต่ไม่ต้องละเอียดจนเกินไป ถ้าดินเป็นกรดควรใส่ปูนขาวเพื่อปรับสภาพดินให้มีความเหมาะสมต่อการปลูก

6528041210091209

การย้ายกล้าลงแปลงปลูก : เมื่อ กล้ามีอายุได้ประมาณ 25-30วัน จึงย้ายปลูกในแปลงปลูกที่เตรียมไว้ โดยให้มีระยะปลูก 30-40 x 30-40เซนติเมตร การปลูกอาจปลูกเป็นแบบแถวเดียว หรือแถวคู่ก็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของสวน

การใส่ปุ๋ย : กะหล่ำปลีเป็นพืชที่ต้องการธาตุไนโตรเจนบำรุงใบเพื่อ ใช้ในการสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ต้นพืช ปุ๋ยที่แนะนำให้ใช้คือ ปุ๋ยสูตร 13-13-21หรือ 14-14-21โดยแบ่งใส่ 2ครั้ง คือ ครั้งที่ 1ใส่รองพื้นขณะปลูก แล้วพรวนกลบลงในดิน ครั้งที่ 2ใส่หลังจากกะหล่ำปลีมีอายุได้ 7-14วัน และควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจน เช่น ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต หรือยูเรียควบคู่ไปด้วย ซึ่งการใส่ปุ๋ยนี้ก็แบ่งใส่ 2ครั้งเช่นกันคือใส่เมื่อกะหล่ำปลีมีอายุได้ 20วัน และเมื่ออายุได้ 40วัน โดยการโรยข้างๆต้น

การให้น้ำ : ใน การให้น้ำนั้นใช้เครื่องยนต์สูบจากบ่อธรรมชาติ แปลงไปตามร่องระหว่างแปลงประมาณ 5-7วัน/ครั้ง ในส่วนนี้จะมีการให้ปุ๋ยเป็นบางครั้งปลูกกะหลํ่าปลีนอกฤดูกันมากขึ้น อายุตั้งแต่ย้ายปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 50-120วัน ปลูกได้ผลดีในช่วง เดือนตุลาคม – มกราคม ถ้าปลูกนอกเหนือจากนี้จะต้องเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมและอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร

อายุการเก็บเกี่ยว: ในช่วงที่สามารถเก็บเกี่ยวได้และมีน้ำหนักดีนั้น ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงวันเก็บเกี่ยว ขึ้นอยู่กับลักษณะจะมีอายุประมาณ 50-60 วัน คุณพ่อบอกว่ากระหล่ำปลี1หัวที่ห่อหัวแน่นนํ้าหนักประมาณ 2-3 กิโลกรัม หากปล่อยไว้นานหัวจะหลวมลง ทำ ให้คุณภาพของหัวกะหลํ่าปลีลดลง การเก็บควรใช้มีดตัดให้ใบนอกที่หุ้มหัวติดมาเพราะจะทำ ให้สามารถเก็บรักษาได้ตลอดวัน เมื่อตัดและขนออกนอกแปลงแล้วให้ตัดแต่งใบนอกออกเหลือเพียง 2-3 ใบ เพื่อป้องกันความเสียหาย

12103
ปัญหาที่พบบ่อยในการปลูกกะหล่ำปลี : ปัญหา ในการปลูกกระหล่ำปลีนั้นจะมีจำพวกแมลงที่ที่มารบกวนเช่นหนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้จะเข้าทำ ลายในหัวปลี มักจะเข้าทำ ลายเป็นหย่อม ๆ ตามจุดที่ผีเสื้อวางไข่ หนอนชนิดนี้จะนี้สังเกตได้ง่าย คือ ลำตัวอ้วนป้อม ผิวหนังเรียบ คล้ายหนอนกระทู้หอม มีสีสันต่าง ๆ กัน มีแถบสีข้างลำ ตัวแต่ไม่ค่อยชัดนัก เมื่อโตเต็มที่จะมีป้องกันกำจัด โดยการ หมั่นตรวจดูสวนผัก เมื่อพบหนอนกระทู้ผักควรทำ ลายเสีย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการระบาดลุกลามต่อไปและจะ ฉีดพ่นด้วยสารเคมี เช่น เมโธมิล อัตรา 10-12กรัม/นํ้า 20ลิตร หรืออาจใช้เมวินพอส20-30ซี.ซี./นํ้า 20ลิตร

ในส่วนราคานั้นคุณพ่อบอกว่าสามารถจำหน่ายได้ถึง กก.ละ10บาทในช่วงปีใหม่ และราคาจะอยู่ที่ 3-5บาทในช่วงผลผลิตออกเยอะ ส่วนการจำหน่ายจะมีแม่ค้าเข้ามารับถึงสวน โดยจะตัดแล้วขนขึ้นรถไปเลยไม่ได้ใช้กรรมวิธีอะไรมากมาย

แหล่งอ้างอิง :

คุณบุญฤทธิ ทับภูธร อายุ : 58 ปี

97 หมู่ที่9 ตำบลชื่นชม อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม

http://www.rakbankerd.com/agriculture/page.php?id=5545&s=tblplant

ใส่ความเห็น