กนอ.ลุ้นดัน5อุตสาหกรรมขับเคลื่อนประเทศไทย

กนอ.ลุ้นดัน5อุตสาหกรรมขับเคลื่อนประเทศไทย

630

กนอ.ลุ้น 5 อุตสาหกรรมขับเคลื่อนประเทศไทย ในอีก 10 ปี ขานรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย ฝันเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมรวมของประเทศไทยทะลุ 3 ล้านล้านในปี 2567…

 

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.ได้ร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ประเทศ (New Growth Model) ที่จะส่งผลให้ประเทศไทย เปลี่ยนผ่านจากประเทศรายได้น้อย สู่ประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชียและของโลก ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่จะส่งผลให้ประเทศไทยเดินหน้าอย่างมีศักยภาพ คือภาคอุตสาหกรรม โดยใน 10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมี 5 อุตสาหกรรมใหม่ ที่จะเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ หรือที่เรียกว่าอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมในประเทศไทย ได้กว่า 20% หรือมากกว่า 3 ล้านล้านบาท

 

ผู้ว่าการ กนอ.กล่าวต่อว่า  กนอ.จึงจะให้ความสำคัญและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจากต่างประเทศ เข้ามาลงทุนตั้งกิจการในพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ประกอบด้วย 1. อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เช่น อุตสาหกรรมเกี่ยวกับพลังงาน เชื้อเพลิงชีวภาพ แบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ 2. อุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ บริการเพื่อสุขภาพ อุปกรณ์เพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ฯลฯ เพราะจากการจัดทำข้อมูลศึกษาทิศทางตลาดอาหารเพื่อสุขภาพของโลก พบว่าแนวโน้มมูลค่าการตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2556 เติบโตถึง 90,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เท่ากับว่าอัตราการเติบโตของตลาดอาจจะสูงขึ้นกว่า 200% เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเติบโตของปี 2549

 

3. อุตสาหกรรมไบโอพลาสติก ที่ผู้ประกอบการมีแนวโน้มที่จะนำเม็ดไบโอพลาสติกมาทำเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ ในชีวิตประจำวันที่สามารถย่อยสลายได้ และลดปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ใช้จากพลาสติก 4. อุตสาหกรรมยานอากาศที่เมื่อมีการเกิดขึ้นของประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 รวมถึงแนวโน้มรูปแบบการสัญจรทางอากาศ ในปัจจุบันผู้ใช้บริการในทุกระดับ สามารถเข้าถึงการใช้บริการได้ รวมถึงแนวโน้มความต้องการก่อสร้างสนามบิน รวมไปถึงเครื่องบินมีจำนวนมาก และ 5. อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมภาพยนตร์ กลุ่มอุตสาหกรรมโฆษณา กลุ่มธุรกิจการให้บริการด้านสถาปัตยกรรม กลุ่มธุรกิจการแพร่ภาพและกระจายเสียงไทย กลุ่มอุตสาหกรรมดนตรีของไทย กลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ฯลฯ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมประเภทนี้สูงอย่างต่อ เนื่อง

 

นายวีรพงศ์ กล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าในอนาคตประเทศไทยจะมีอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง 5 กลุ่มเข้ามามีบทบาท แต่ประเทศไทยยังคงต้องส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอีก 6 ประเภท ที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศในปัจจุบัน คือ อุตสาหกรรมยาง อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมปิโตรเคมีหรือพลาสติก อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเอทานอลและไบโอดีเซล รวมถึงประเทศไทยยังคงต้องตั้งเป้าในการเพิ่มตัวเลขมูลค่าของกลุ่มผลิตภัณฑ์ หลักทางเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าหลักของประเทศไทย ได้แก่ ข้าว ยางพารา ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ ผลไม้ พืช พลังงาน ประมง ฯลฯ รวมถึงรักษามาตรฐานของอุตสาหกรรมบริการ อาทิ ท่องเที่ยว ค้าปลีกหรือค่าส่ง ก่อสร้าง สื่อสารและโทรคมนาคม บริการสุขภาพ โดยปัจจุบันสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยจำนวนมหาศาล

 

ผู้ว่าการ กนอ.กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน กนอ. มีนิคมอุตสาหกรรม ที่อยู่ในสังกัด 46 นิคมฯ ทั่วประเทศ กระจายอยู่ใน 14 จังหวัด ประกอบด้วยนิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ. ดำเนินการ 11 นิคม และนิคมอุตสาหกรรมที่ร่วมดำเนินงานกับผู้พัฒนา จำนวน 35 นิคม มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่รวม 4,000 โรงงาน มีพนักงาน 500,000 คน และมีมูลค่าอุตสาหกรรมปีละ 2.7 ล้านล้านบาท.

http://www.thairath.co.th/content/eco/343604

ใส่ความเห็น